เปิดในแท็บใหม่

บริการปรับรูปหน้า

โปรแกรม ยกกระชับ มีอะไรบ้าง ราคาเท่าไร ต่างกันยังไง เครื่องไหน เหมาะกับเรา ?

17 กันยายน 2026

โปรแกรม ยกกระชับ มีอะไรบ้าง ราคาเท่าไร มีหัตถการไหนบ้าง ?



ยกกระชับใบหน้า คืออะไร ?

ยกกระชับใบหน้า (Facial Lifting & Tightening) คือการฟื้นฟูผิวและโครงสร้างใบหน้าที่หย่อนคล้อยกลับมาตึงและแน่น และดูอ่อนเยาว์ขึ้น ผ่าน 2 แนวทางหลักในการรักษา ได้แก่ การผ่าตัดดึงหน้า Surgical — Facelift/SMAS lift) และการรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Non-surgical)  โดยใช้เทคโนโลยีไม่ผ่าตัดที่ใช้พลังงาน (เลเซอร์ คลื่นวิทยุ อัลตราซาวด์) หรือสารเติมเต็ม เพื่อปรับโครงสร้างชั้นลึกในชั้นสแมส ฟื้นฟูโครงสร้างคอลลาเจน–อีลาสตินและปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ปัจจัยที่ทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อย ?

การหย่อนคล้อยของใบหน้าไม่ได้เกิดจากปัจจัยเดียว แต่เป็นผลจากกระบวนการหลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันและเสริมกัน ตั้งแต่ระดับโมเลกุลไปจนถึงโครงสร้างกายวิภาค

1. Collagen และ Elastin เสื่อมสลาย

ต้นตอพื้นฐานที่สุดของความหย่อนคล้อย คือ การเสื่อมสลายของคอลลาเจนและเส้นใยอิลาสติน เกิดขึ้นหลังจากอายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจน collagen ได้น้อยลงปีละประมาณ 1% ขณะที่ เอนไซม์ MMP (Matrix Metalloproteinase) ยังคงย่อยสลายคอลลาเจน เดิมอย่างต่อเนื่อง ผลที่ตามมาคือชั้นผิวบริเวณชั้นหนังแท้จะบางลง ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น และไม่สามารถ “ดีดกลับ” ได้เหมือนเดิม

2.  การสูญเสียปริมาตรเนื้อเยื่อ

ใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ต้องมี โครงสร้างค้ำจุนที่แข็งแรง ทั้ง 3 ชั้น ได้แก่ กระดูก ไขมัน และกล้ามเนื้อ เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกโหนกแก้มและกระดูกรอบเบ้าตาถดถอยลง  ชั้นไขมันใบหน้า (facial fat compartments) เคลื่อนตัวลงตามอายุ  ที่เคยอยู่ในตำแหน่งสูงเริ่มตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง ทำให้เกิดลักษณะ “แก้มล่างห้อยและกอง” และเกิด เนื้อหย่อนบริเวณแนวกราม (jowls) แม้ว่าน้ำหนักตัวจะไม่ได้เพิ่มขึ้นเลย

3. แรงโน้มถ่วง (Gravity)

เมื่อเอ็นยึดรั้ง (retaining ligaments) ที่ยึดเนื้อเยื่อไว้กับกระดูกอ่อนแอลงตามอายุ เนื้อเยื่ออ่อนของใบหน้าจะเคลื่อนตัวลงสะสมเรื่อยๆ โดยเฉพาะบริเวณแก้ม มุมปาก และคอ ซึ่งเป็นบริเวณที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนที่สุดตามอายุ

4. แสงแดดและ Photoaging

UV-A ทะลุลึกถึงชั้น dermis ทำลาย collagen และ elastin โดยตรง ส่วน UV-B กระตุ้นการอักเสบและเร่งกระบวนการเสื่อมของเซลล์ที่ผิวชั้นบน ทั้งสองกระตุ้น MMP ให้ทำงานมากขึ้นและสร้าง oxidative stress สะสมใน fibroblast แสงแดดจึงไม่ได้แค่ทำให้ผิวดำ แต่ทำลายโครงสร้างผิวจากชั้นลึก ทำให้ผิวหย่อนคล้อยเร็วกว่าอายุจริง 5–10 ปี โดยเฉพาะบริเวณคอ ใต้ตา และรอบปาก

5. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

 ฮอร์โมนเพศหญิงเอสโตรเจน ในผู้หญิง มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้น ไฟโบลาสต์ fibroblast ให้สร้างคอลลาเจน collagen และรักษาความชุ่มชื้นของผิว เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจน estrogen ลดลงอย่างรวดเร็ว ผิวบางลง แห้งขึ้น และสูญเสีย ความตึงตัวของผิว งานวิจัยพบว่าใน 5 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน ผิวสูญเสียคอลลาเจนใต้ผิวสูงถึง 30%

6. พฤติกรรมและไลฟ์สไตล์

การสูบบุหรี่เร่งการทำลายคอลลาเจน จากสารอนุมูลอิสระที่มีสูงเกิน oxidative stress และลด ระบบเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงผิว การนอนหลับไม่เพียงพอลดโกรท ฮอร์โมน growth hormone ที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์ น้ำหนักที่ขึ้นลงบ่อย (yo-yo effect) ทำให้ผิวยืดและหดซ้ำๆ จนสูญเสียความยืดหยุ่น รวมถึงการขาดสารอาหารสำคัญ เช่น vitamin C ที่จำเป็นต่อการสังเคราะห์คอลลาเจน  ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นตัวเร่งที่ควบคุมได้หากมีการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิิตตั้งแต่เนิ่นๆ

7. การแสดงสีหน้าซ้ำๆ (Repetitive Facial Expressions)

การยิ้ม ขมวดคิ้ว และขยับกล้ามเนื้อใบหน้าซ้ำๆ นับแสนครั้งตลอดชีวิต สร้างแรงกดและแรงดึงต่อเนื้อเยื่อรอบๆ อย่างต่อเนื่อง เมื่อคอลลาเจนเริ่มเสื่อม รอยพับเหล่านั้นจะกลายเป็นริ้วรอยถาวรและทำให้เนื้อเยื่อรอบนั้นหย่อนลงสะสมตามเวลา

สรุปภาพรวม

ปัจจัยทั้ง 7 ด้านนี้ไม่ได้เกิดแยกกัน แต่ เสริมและเร่งซึ่งกันและกัน ทำให้การหย่อนคล้อยเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและเกิดขึ้นในหลายชั้นพร้อมกัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่การรักษาที่ดีที่สุดมักต้องการ combination approach ที่ตอบโจทย์ทั้งโครงสร้าง ปริมาตร และคุณภาพผิวในเวลาเดียวกัน

ยกกระชับใบหน้า เหมาะกับปัญหาผิวแบบไหน ?

ยกกระชับใบหน้า เหมาะกับ “ผิวที่เริ่มสูญเสียความกระชับและโครงสร้าง” ไม่ใช่ทุกปัญหาผิวต้องยกหน้าเสมอไป โดยหลัก ๆ จะเหมาะกับปัญหาดังนี้

1.ผิวและโครงหน้าหย่อนคล้อย

  • ผิวหย่อนรอบแก้ม มุมปาก แนวกราม (jowls) ทำให้กรอบหน้าไม่ชัด
  • หนังใต้คางหรือเหนียงย้อย ผิวคอหย่อน ไม่ตึง.
  • คิ้วตก brow ptosis หนังตาตก eyelid ptosis ที่เกิดจากหนังตาเกินหรือเหี่ยวย่นเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • หน้าโดยรวมดูหย่อนย้อย “ล้า” และแก่กว่าวัย.

2.ริ้วรอย–ความแน่นของผิวลดลง

  • ริ้วรอยเล็ก–ปานกลาง รอบตา รอบปาก หน้าผาก จากคอลลาเจนและอีลาสตินลดลง.
  • ผิวบาง แห้ง ดู “ย่น” หรือ crepey skin โดยเฉพาะใต้ตา แก้ม ลำคอ.
  • ผิวดูหมอง เหนื่อย ไม่เฟิร์ม ขาดความเด้ง เต่งตึง โดยเฉพาะคนอายุ 30+ ที่เริ่มมี early laxity.

3.ปัญหากรอบหน้าและรูปหน้าจากความหย่อน

  • กรอบหน้าเคยชัดแต่เริ่มเบลอ แก้มล่างกองลงมาที่ขากรรไกร.
  • อยากให้หน้าดูเรียวได้รูปขึ้นจากการกระชับผิว ไม่ได้เน้นลดกระดูกหรือดูดไขมันอย่างเดียว.

4.คนที่ “ยังไม่อยากผ่าตัด” แต่เริ่มเห็นสัญญาณอายุ

แนวทางของหลายสถาบันแนะนำว่าการยกกระชับไม่ผ่าตัดเหมาะมากกับ

  • คนที่มีความหย่อนเล็ก–ปานกลาง แก้มตกนิด ๆ เหนียงบาง ๆ
  • ต้องการผลค่อย ๆ เป็นธรรมชาติ ใช้ชีวิต/ทำงานต่อได้เลย ไม่อยากมี downtime นาน
  • ใช้เป็นการ “ชะลอ” ไม่ให้ความหย่อนลุกลามไปถึงจุดที่ต้องผ่าตัดในอนาคต.

5.ปัญหาที่มักไม่ใช่เป้าหมายหลักของ “ยกกระชับ”

  • สิวอักเสบ รอยสิวเม็ด ๆ: ต้องเน้นการรักษาสิว/เลเซอร์เฉพาะจุดก่อน
  • ฝ้า กระ จุดด่างดำลึกเพียงอย่างเดียว: ใช้เลเซอร์หรือทรีตเมนต์เม็ดสีโดยตรงจะตรงกว่า
  • รูขุมขนกว้างอย่างเดียวโดยไม่มีความหย่อน: ใช้เลเซอร์/ทรีตเมนต์รูขุมขนเฉพาะทาง.​

สรุปคือ “ยกกระชับใบหน้า” เหมาะกับคนที่เริ่มมีสัญญาณความหย่อน ริ้วรอย และกรอบหน้าไม่ชัดจากอายุหรือผิวเสื่อม มากกว่าจะใช้แก้ปัญหาเรื่องเม็ดสีหรือสิวโดยตรง

โปรแกรมยกกระชับใบหน้า มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง ?

โปรแกรม Ultherapy PRIME ช่วยอะไร? เหมาะกับใคร?  ราคาเท่าไร ?

  • ยกกระชับผิวหน้าและลำคอ ที่หย่อนคล้อย ให้กลับมาตึงและแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ปรับกรอบหน้าและเส้นกราม ให้คมชัดขึ้น ลด jowls (เนื้อหย่อนบริเวณแนวกราม)
  • ยกคิ้วและรอบดวงตา ลดรอยหย่อนและริ้วรอยรอบดวงตา ทำให้ดวงตาดูสดใสและเปิดกว้างขึ้น
  • กระตุ้นการสร้าง คอลลาเจน และอิลาสติน ในชั้นลึกถึงชั้นสแมส SMAS ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับในระยะยาว
  • ลดเลือนริ้วรอย บริเวณหน้าผาก รอบดวงตา และลำคอ
  • ผิวดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียนขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องหยุดพักรักษาตัว downtime

โปรแกรม Ultherapy PRIME เหมาะกับใคร?

  • ผิวหย่อนคล้อย ระดับปานกลาง–ค่อนข้างมาก โครงสร้างเริ่มตกชัด
  • ต้องการ SMAS lifting ที่แม่นยำ โดยแพทย์เห็นชั้น SMAS real-time ก่อนยิง
  • ต้องการ ผลยาวนาน 12–18 เดือน ทำปีละครั้ง​
  • ให้ความสำคัญกับ FDA clearance และ clinical evidence ที่แข็งแกร่ง (>50 clinical studies, >120 peer-reviewed papers)​
  • ผู้ป่วยชาวเอเชีย: มีงานวิจัยใน Asian population โดยเฉพาะ พบ 86.7% ดีขึ้น ใน neck laxity และ 70% ดีขึ้น ใน jawline ที่ 90 วัน​
  • ต้องการ body tightening (หน้าท้อง ต้นแขน) ด้วย FDA body indication ล่าสุด​
  • ยอมจ่ายสูงกว่าเพื่อความแม่นยำและ longevity

ราคาเท่าไร ? : เริ่มต้นที่ 15,000 โดยราคาขึ้นกับจำนวน lines และบริเวณที่รักษา ประเมินโดยแพทย์ 

Thermage ช่วยอะไร ราคาเท่าไร ?

  • ยกกระชับหน้า–คอ แก้ปัญหาแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด เหนียง และคอหย่อน
  • กระตุ้น collagen ด้วยคลื่นวิทยุ (RF) ให้ผิวแน่น เต่งตึงขึ้นต่อเนื่องใน 2–6 เดือน
  • ลดริ้วรอยระดับตื้น–ปานกลาง บริเวณรอบตา มุมปาก และลำคอ
  • ปรับกรอบหน้าให้ดูชัดขึ้น จากการกระชับเนื้อเยื่อบริเวณแก้มและเหนียง
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตได้ทันที ทำเพียงปีละครั้ง

ราคาเท่าไร ? : ราคาขึ้นกับบริเวณที่รักษาและจำนวน passes ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละท่าน — นัดประเมินกับแพทย์เพื่อรับแผนการรักษาที่ตรงจุดที่สุด

 Thermage FLX ช่วยอะไร ราคาเท่าไร ?

  • ทำได้กับทุกเฉดสีผิวและทั่วเรือนร่าง เพราะใช้คลื่นวิทยุ (RF) ไม่ใช่แสง จึงปลอดภัยกับผิวสีเข้ม
  • ลดริ้วรอยและร่องตื้น–ปานกลาง บริเวณใต้ขอบตา หางตา มุมปาก ร่องแก้ม คอ เนินอก และทั่วใบหน้า
  • กระชับเนื้อเยื่อให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น ลดแก้มตกและเหนียงจากการ tighten ผิวและเนื้อเยื่อชั้นตื้น
  • กระชับรูขุมขนให้เล็กละเอียดลง เพราะ RF กระตุ้น collagen remodeling ในชั้น dermis
  • ปรับและกระชับผิวทั่วเรือนกาย หลังลดน้ำหนักหรือหลังคลอดบุตร เช่น หน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น กลับไปใช้ชีวิตได้ทันที ทำเพียงปีละครั้ง

ราคาเท่าไร ? : ราคาขึ้นกับบริเวณที่รักษาและ tip ที่เลือกใช้ — นัดประเมินกับแพทย์เพื่อรับแผนการรักษาที่เหมาะกับสภาพผิวของท่านโดยเฉพาะ

Ultraformer III ช่วยอะไร ราคาเท่าไร ?

  • ยกกระชับผิวหน้า–ลำคอ ลดแก้มตก แนวกรามหย่อน ใบหน้าดูยกขึ้นเป็นธรรมชาติ
  • เก็บกรอบหน้าให้ชัด ลดแก้มล่างและกระเปาะแก้ม ทำให้หน้าเรียวได้รูป
  • ลดเหนียงและคางสองชั้น พร้อมกระชับผิวใต้คางและลำคอ
  • ลดริ้วรอยและร่องตื้น–ปานกลาง เช่น ร่องแก้ม มุมปาก รอบดวงตา และคิ้วตก
  • กระตุ้น collagen ใหม่ ทำให้ผิวแน่น เต่งตึง ยืดหยุ่นดีขึ้นต่อเนื่องใน 2–3 เดือน
  • กระชับผิวลำตัว ได้ในโปรแกรมที่ใช้หัวยิง body transducer เช่น หน้าท้อง ต้นแขน

ราคาเท่าไร ? : ราคาขึ้นกับบริเวณที่รักษา จำนวน shots และ transducer ที่ใช้ — นัดประเมินกับแพทย์เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่ตรงกับปัญหาของท่านโดยเฉพาะ

Ultraformer MPT ช่วยอะไร? เหมาะกับใคร? ราคาเท่าไร ?

  • ผิวหน้าและลำคอหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับโครงสร้างใบหน้าในชั้นลึกถึง SMAS
  • รูปหน้าไม่คมชัด ต้องการ V-Shape ที่ชัดขึ้น กรอบหน้าเรียวและแน่น
  • ร่องแก้มลึก คางสองชั้น มุมปากตก ที่ต้องการการยกและกระชับจากชั้นลึก
  • คิ้วตกและผิวรอบดวงตาหย่อน ทำให้ดวงตาดูเหนื่อยและแก่กว่าวัย
  • ผิวลำตัวขาดความกระชับ บริเวณแขน หน้าท้อง อก แผ่นหลัง ต้องการ body tightening
  • ต้องการลด double chin หรือเหนียง ด้วยหัวยิง Macro head สำหรับ fat reduction โดยเฉพาะ

Ultraformer MPT เหมาะกับใคร

  • ต้องการทำทั้งใบหน้าและลำตัวในนัดเดียว
  • ผิวหย่อนระดับ ปานกลาง ยังไม่รุนแรง
  • ต้องการ skin texture และ skin quality ดีขึ้นควบคู่กับ lifting (Ultraboost mode)
  • มี double chin หรือไขมันตื้น ที่ต้องการ macro fat reduction
  • ต้องการเจ็บน้อย ใช้เวลาน้อย ทำบ่อยได้
  • งบปานกลาง ต้องการ value ที่คุ้มครอบคลุม

จุดเด่นที่ทำให้ MPT แตกต่างจาก HIFU ทั่วไป

  • Micro-Pulse Technology — ยิงได้ 417 TCP ต่อ shot ละเอียดและสม่ำเสมอกว่า
  • Ultraboost handpiece — ปรับ skin quality และ skin brightening ในชั้น superficial
  • 4 energy modes — Normal, Micro-Pulse, Circular, Micro-Circular เลือกตามบริเวณ
  • เจ็บน้อยกว่าและเร็วกว่า Ultraformer III ถึง 2.5 เท่า
  • Body contouring ด้วย macro transducer สำหรับไขมันใต้ผิวหนัง

ราคาเท่าไร ? :ราคาขึ้นกับบริเวณที่รักษา จำนวน shots และ transducer ที่เลือกใช้ ทั้ง face, body และ Ultraboost — นัดประเมินกับแพทย์เพื่อออกแบบโปรแกรมที่ตรงกับปัญหาของท่านโดยเฉพาะ

 Volnewmer ช่วยอะไร  เหมาะกับใคร ราคาเท่าไร ?

  • ยกกระชับผิวหน้า–ลำคอ  ด้วยคลื่น RF 6.78 MHz ส่งความร้อนลึกถึงชั้นหนังแท้และเนื้อเยื่อใต้ผิว
  • เก็บกรอบหน้าให้ชัดขึ้น กรอบหน้าเรียว แก้มและเหนียงดูกระชับจากผิวที่กระชับขึ้นโดยตรง
  • กระตุ้น คอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ผิวแน่น เด้ง เรียบเนียน ยืดหยุ่นดีขึ้นต่อเนื่อง
  • ลดริ้วรอยและรอยย่น เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม ร่องมุมปาก ด้วยการกรตุ้นคอลลาเจนใหม่
  • ช่วยกระชับผิวบริเวณหนังตาหย่อน ยกคิ้ว ลดริ้วรอยตีนกา ร่องใต้ตา ผิวใต้ตาและรอบดวงตาดูเต่งตึงขึ้น​
  • กระชับรูขุมขน ผิวเรียบเนียนดีขึ้นจากการสร้างและฟื้นฟูผิวในชั้นหนังแท้ dermal remodeling
  • ยกระชับผิว ลดไขมันตื้นบางส่วนบนใบหน้าและลำตัว 

 Volnewmer เหมาะกับใคร

  • ผิวหน้าและลำคอเริ่มหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่คมชัด แก้มเริ่มตก หรือเหนียงเริ่มปรากฏ
  • ริ้วรอยและรอยย่นตื้น–ปานกลาง บริเวณรอบดวงตา ใต้ตา ร่องแก้ม มุมปาก
  • ผิวขาดความยืดหยุ่น รู้สึกว่าผิวบางลง แห้ง ไม่เด้ง ไม่มีชีวิตชีวา
  • รูขุมขนกว้าง ผิว texture ไม่เรียบเนียน
  • ต้องการยกกระชับโดยไม่ผ่าตัด และไม่ต้องการหยุดพักฟื้น
  • อายุ 30 ปีขึ้นไป ที่เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวและโครงสร้างใบหน้า
  • ผู้ที่เคยทำ filler หรือ botox และต้องการเสริมด้วย collagen stimulation จากชั้นในสู่ชั้นนอก
  • ผู้ที่แพ้ง่าย หรือผิวบอบบาง เพราะระบบ water-cooling ต่อเนื่องลด irritation ได้ดี
  • ทุกสีผิว เพราะ RF ไม่มีผลต่อ melanin ปลอดภัยกับผิวสีเข้ม
  • ผู้ที่ต้องการผลต่อเนื่องระยะยาว โดยไม่ต้องทำบ่อย ให้ผลลัพธ์ต่อเนื่อง 6–8 เดือน ทำซ้ำได้ตามแผนการรักษา
  • ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด ไม่เจ็บไม่ต้องพักฟื้น กลับใช้ชีวิตได้ทันที

จุดเด่นที่ทำให้ Volneumer  แตกต่างจาก RF  ทั่วไป

  • Hidden Edge Technology
    เทคโนโลยีซ่อนขอบ electrode ไว้ภายใน tip ควบคุมพลัลงานให้อยู่อยู่ภายในขอบเขตหัวทิปป้องกันพลังงานสะสมที่จุดใดจุดหนึ่ง ทำให้พลังงานกระจายสม่ำเสมอทั่วพื้นที่รักษา ลดความเสี่ยง hot spot เพิ่มความสบายในขณะทำและ เพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงการเกิดผิวใไหม้ และการระคายเคืองผิว
  • ระบบทำความเย็นด้วยน้ำต่อเนื่อง ระบบ water-cooling 
    Volnewmer ทำความเย็นผิวชั้นบนผิวของหัวยิงหล่อเลี้ยงด้วยน้ำเย็นอย่างต่อเนื่องตลอดการรักษา ต่างจาก RF ทั่วไปที่ใช้การพ่นความเย็นเป็นช่วงๆ ช่วยให้สบายขึ้น ไม่จำเป็นต้องทาชาก่อนทำ ปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น
  • ตรวจจับค่า Impedance อัตโนมัติแบบ Real-Time
    ระบบจะวัดค่าความต้านทานของผิวและปรับพลังงานให้เหมาะกับผิวแต่ละจุดโดยอัตโนมัติของทุก shotการยิง เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดความผิดพลาด
  • หัวยิงโค้งรับรูปทรงใบหน้า
    ออกแบบให้โค้งและเอียงตามสรีระใบหน้า สัมผัสผิวได้สม่ำเสมอในทุกบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นโหนกแก้ม กราม หรือลำคอ
  • Volnewmer มี I Tip (Eyes) ขนาด 0.25 cm² โดยเฉพาะ ออกแบบมาสำหรับบริเวณที่บอบบางอย่างรอบดวงตา หัวตา และร่องมุมปากโดยเฉพาะ ระบบ water-cooling ต่อเนื่องช่วยปกป้อง epidermis ขณะส่งพลังงานในพื้นที่เล็กและละเอียด
  • ไม่มีระบบ Lock จำนวน Shot
    บริหารจัดการได้ยืดหยุ่น ไม่ถูกจำกัดจำนวนการใช้งานต่อชิ้น ทำให้คลินิกสามารถออกแบบโปรแกรมการรักษาได้ตรงตามความต้องการของผู้รับบริการแต่ละราย

ราคาเท่าไร ? : ราคาขึ้นกับบริเวณที่รักษา จำนวน shots และ หัว tip ที่ใช้ — นัดประเมินกับแพทย์เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่ตรงกับปัญหาของท่านโดยเฉพาะ

มุมมองของแพทย์เฉพาะทาง : Volnewmer เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ “Preventive + Corrective” คือทั้งชะลอการเสื่อมและแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ในเวลาเดียวกัน เหมาะจับคู่กับ Ultraformer MPT หรือ Ultherapy Prime สำหรับผู้ที่ต้องการทั้ง structural lifting และ skin quality ในโปรแกรมเดียว

Morpheus8 ช่วยอะไร เหมาะกับใคร ราคาเท่าไร ?

Morpheus8 ช่วยอะไร?

  • ยกกระชับผิวหน้า–ลำคอ ลดความหย่อนคล้อย แก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด ด้วย fractional RF ที่เจาะลึกถึงชั้นใต้ผิวหนัง
  • ลดริ้วรอยทั้งตื้นและลึก ผิวยับ รอยย่น ให้ผิวเรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • กระชับรูขุมขน ลดหลุมสิว รอยดำ รอยแดง และรอยแผลเป็นจากสิว ด้วย fractional resurfacing
  • ลดไขมันตื้นใต้ผิว ลดไขมันกระชับผิวบริเวณเหนียงและคางสองชั้น ช่วยให้กรอบหน้าดูชัดและเรียวขึ้น
  • กระตุ้น อลลาเจน–อีลาสตินลึกถึงชั้นใต้ผิวหนังถึง 7 mm ทำให้ผิวแน่น เด้ง ฟู แข็งแรงในระยะยาว

Morpheus8 เหมาะกับใคร?

  • อายุ 30–60 ปี ที่มีปัญหาทั้งผิวหย่อนและผิวไม่เรียบ มีริ้วรอย
  • ผู้มีหลุมสิว รอยแผลเป็น หรือรูขุมขนกว้าง ที่ต้องการแก้ทั้ง texture และ tightening ในครั้งเดียว
  • ทุกสีผิว เพราะ RF ไม่กระทบเม็ดสี — จุดเด่นสำคัญเหนือ laser resurfacingลด โอกาสเกิดผิวคล้ำดำหลังการทำหัตถการ
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ครอบคลุม ทั้ง ยกกระชับผิวหน้า lifting,  ฟื้นฟูสภาพผิว resurfacing และ ฟื้นฟูโครงสร้างผิวด้านใน subdermal remodeling โดยไม่ผ่าตัด 
  • ผู้ที่ต้องการ premium corrective treatment สำหรับผู้ที่มีปัญหาหลายอย่างพร้อมกันและพร้อมรับ downtime เล็กน้อยเพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุมที่สุด แก้ได้ ครบทุกมิติ ยกกระชับผิวหน้า lifting,  ฟื้นฟูสภาพผิว resurfacing แก้ปัญหาพื้นผิว และ ฟื้นฟูโครงสร้างผิวด้านในและชั้นไขมัน subdermal/fat  remodeling  ในครั้งเดียว โดยไม่ผ่าตัด 
  • ผู้ที่ไม่พร้อมผ่าตัด แต่ต้องการผลใกล้เคียง ผลจากการผ่าตัดมากที่สุด

Morpheus8 ราคาเท่าไร ?

“ราคาขึ้นกับบริเวณที่รักษาและจำนวนครั้งในโปรแกรม — นัดประเมินฟรีกับแพทย์เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่ตรงกับปัญหาของท่านโดยเฉพาะ 

UltraClear ช่วยอะไร? เหมาะกับใคร?ราคาเท่าไร ?

  • ฟื้นฟูและ remodel ผิวหน้า–ลำคอ กระตุ้น collagen ใหม่ ผิวแน่น เรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ลดริ้วรอยทั้งตื้นและลึก รอยตีนกา ผิวยับ ผิวย่น ด้วย fractional resurfacing ที่แม่นยำ
  • แก้ปัญหาหลุมสิวและรอยแผลเป็นจากสิว ด้วย collagen remodeling ในชั้น dermis
  • ลดรอยดำ ฝ้า กระ และ vascular dyschromia ตาม FDA clearance 2024​
  • ฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ ให้ดูกระจ่างใส สม่ำเสมอ และมีชีวิตชีวา
  • กระตุ้นการสร้าง collagen และ elastin ทำให้ผิวยืดหยุ่น เด้ง และแข็งแรงในระยะยาว
  • รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดหรืออุบัติเหตุ ปรับ texture และสีสันให้กลืนกับผิวรอบข้าง
  • รอยแตกลาย (อยู่ในดุลยพินิจของแพทย) 
  • ปลอดภัยกับทุกสีผิว ต่างจาก CO2 laser ทั่วไปที่เสี่ยงกับผิวสีเข้ม

UltraClear เหมาะกับใคร?

  • ผู้มีปัญหา skin texture, ริ้วรอย, หลุมสิว และต้องการผลลัพธ์ชัดเจนโดยไม่ต้อง downtime นาน
  • ผู้ที่เคย ถูกปฏิเสธ จาก CO2 laser เพราะผิวสีเข้ม — UltraClear ทำได้ปลอดภัยกว่า
  • ผู้มี รอยดำ ฝ้า กระ ที่ไม่ตอบสนองต่อ topical treatment
  • ผู้ต้องการ combination treatment ร่วมกับ RF tightening (Morpheus8, Thermage) เพื่อผลครอบคลุม

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับจะทำ UltraClear หรือต้องประเมินโดยแพทย์ก่อน

  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ใช้ isotretinoin ภายใน 6–12 เดือน
  • Active infection หรือ active acne บริเวณที่รักษา
  • ประวัติ keloid — ต้องประเมินโดยแพทย์ก่อนเสมอ ไม่ควรทำโดยไม่มี consultation

UltraClear ราคาเท่าไร ? : ราคาขึ้นกับบริเวณที่รักษาและโปรแกรมที่เลือก — นัดประเมินกับแพทย์เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะกับสภาพผิวของท่านโดยเฉพาะ

ข้อควรรู้ ก่อนเลือกโปรแกรมยกกระชับใบหน้า

1. เช็กก่อนว่าหน้าเราหย่อนระดับไหน
ผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลางมักเหมาะกับโปรแกรมไม่ผ่าตัด เช่น HIFU, Ultherapy Prime, Thermage, Morpheus8 หรือร้อยไหม แต่หากหนังเยอะ เหนียงชัด หรือแก้มตกมาก ควรให้แพทย์ประเมินเรื่องผ่าตัดดึงหน้าร่วมด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด

2. ไม่มีเครื่องไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
การเลือกโปรแกรมต้องพิจารณาจากอายุ โครงหน้า ปัญหาหลัก เวลาพักฟื้นที่รับได้ และงบประมาณ ไม่ควรเลือกจากชื่อเครื่องหรือการตลาดเพียงอย่างเดียว แพทย์จะเป็นผู้ออกแบบโปรแกรมที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

3. เข้าใจผลลัพธ์จริง ไม่คาดหวังเกินไป
การยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดช่วยให้ผิวดูยกและกระชับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผลมักอยู่ได้ราว 1–2 ปี และอาจต้องทำซ้ำตามรอบการบำรุงรักษา ไม่สามารถเปลี่ยนโครงหน้าให้เหมือนคนละคนได้ในครั้งเดียว

4. เลือกคลินิกและแพทย์ให้รอบคอบ
ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้เครื่องแท้จากบริษัทที่ได้รับการรับรอง และทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านยกกระชับโดยตรง เพราะเทคนิคการประเมินและการส่งพลังงานมีผลโดยตรงต่อทั้งความสวยงามและความปลอดภัย

5. แจ้งโรคประจำตัวและประวัติหัตถการทุกครั้ง
ก่อนรับการรักษา ควรแจ้งแพทย์ถึงโรคประจำตัว ยาหรืออาหารเสริมที่ใช้อยู่ ประวัติการผ่าตัดหรือหัตถการบนใบหน้า การตั้งครรภ์ การให้นมบุตร หรือการมีอุปกรณ์โลหะในร่างกาย เพื่อให้แพทย์เลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณ

6. ผสมหลายวิธี มักให้ผลสวยและธรรมชาติกว่า
หลายเคสได้ผลดีที่สุดจากการใช้หลายเทคนิคร่วมกัน เช่น ยกโครงสร้างชั้นลึกด้วย HIFU หรือ Ultherapy Prime ควบคู่กับ filler, botox หรือ Morpheus8 เพื่อดูแลทั้งโครงหน้าและ skin quality ในภาพรวมอย่างครบถ้วน

การดูแลตัวเอง หลังทำโปรแกรมยกกระชับใบหน้า

1. ล้างหน้า–ทาผิวแบบอ่อนโยน

  • ใช้โฟมล้างหน้าและสกินแคร์สูตรอ่อนโยน งดสครับ กรดผลัดเซลล์ผิวเข้มข้น และ retinol ในช่วง 3–7 วันแรก
  • ซับหน้าเบาๆ ไม่ถูแรง หลีกเลี่ยงการนวด กด หรือนอนกดหน้าแนบหมอนเป็นเวลานาน

2. หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดดจัด

  • งดซาวน่า อบไอน้ำ ออกกำลังกายหนัก และอาบน้ำร้อนจัดในช่วงแรกหลังทำ
  • ทากันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน หลีกเลี่ยงแดดจัด เพื่อป้องกันผิวไวแสงและรักษาผลลัพธ์ให้ยาวนานขึ้น

3. เติมความชุ่มชื้นและดูแลจากภายใน

  • ใช้ moisturizer หรือ serum บำรุงความชุ่มชื้นสม่ำเสมอทุกเช้า–เย็น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพื่อให้ collagen สร้างตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. งดหัตถการแรงซ้ำทันที

  • หลีกเลี่ยง laser ร้อน สครับเข้มข้น หรือทรีตเมนต์หน้าหนักในบริเวณเดียวกัน จนกว่าจะพ้นระยะที่แพทย์กำหนด
  • หากต้องการทำหัตถการอื่นเพิ่มเติม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

5. ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์และสังเกตอาการผิดปกติ

  • ทำตามคำแนะนำเฉพาะของแต่ละโปรแกรม เช่น การทายา การประคบเย็นหรืออุ่น และการทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง
  • หากมีอาการบวมมากผิดปกติ ปวด แดงร้อน หรืออาการที่ไม่แน่ใจ ให้รีบติดต่อคลินิกหรือกลับมาพบแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับโปรแกรมยกกระชับใบหน้า

1. ยกกระชับใบหน้า เหมาะกับใคร?
เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด เหนียงเล็กน้อยถึงปานกลาง หรือมีริ้วรอยและผิวไม่แน่น และต้องการให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

2. อายุเท่าไรถึงควรเริ่มทำ?
โดยทั่วไปเริ่มได้ตั้งแต่อายุประมาณ 30 ปีขึ้นไป หรือเมื่อเริ่มสังเกตว่าผิวหย่อนลงหรือแก้มเริ่มตก การเริ่มต้นเร็วช่วยชะลอการหย่อนก่อนที่ปัญหาจะลึกขึ้น

3. ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ผลจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในช่วง 1–3 เดือนหลังทำ และคงอยู่ได้ประมาณ 1–2 ปี ขึ้นอยู่กับประเภทโปรแกรม อายุ การดูแลตัวเอง และไลฟ์สไตล์

4. ทำแล้วเจ็บไหม?
ส่วนใหญ่รู้สึกตึง ร้อน หรือจี๊ดเล็กน้อยระหว่างทำ ระดับความรู้สึกขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เลือกและความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน สามารถทายาชาก่อนทำได้เพื่อความสบายมากขึ้น

5. หลังทำต้องพักฟื้นไหม?
โปรแกรมไม่ผ่าตัดส่วนใหญ่แทบไม่มี downtime อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยชั่วคราว และสามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตได้ตามปกติภายใน 1 วัน

6. ช่วยให้หน้าเรียวขึ้นได้ไหม?
ช่วยได้ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะการเก็บกรอบหน้า ลดแก้มล่าง และกระชับเหนียง แต่หากมีโครงกระดูกใหญ่หรือไขมันลึก อาจต้องใช้วิธีอื่นร่วมด้วยตามดุลยพินิจของแพทย์

7. ช่วยลดน้ำหนักหรือลดแก้มได้มากไหม?
โปรแกรมยกกระชับไม่ใช่การลดน้ำหนัก แต่ช่วยยก กระชับโครงหน้า และ remodel ไขมันตื้นได้บางส่วน หากน้ำหนักส่วนเกินมาก ควรควบคุมน้ำหนักควบคู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

8. ควรเลือก HIFU / Ultherapy Prime / Thermage / Morpheus8 / Volnewmer อะไรดี?
ไม่มีตัวไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน การเลือกต้องพิจารณาจากระดับความหย่อน ปัญหาหลัก งบประมาณ และเวลาพักฟื้นที่รับได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อออกแบบโปรแกรมที่เหมาะกับใบหน้าของคุณโดยเฉพาะ

9. ทำแล้วดูเป็นธรรมชาติไหม?
หากออกแบบโปรแกรมโดยแพทย์และส่งพลังงานอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏอย่างเป็นธรรมชาติ ดูยกกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ดูแข็งหรือผิดธรรมชาติ

10. ควรทำซ้ำบ่อยแค่ไหน?
โดยทั่วไปแนะนำให้ติดตามผลหลังทำ และวางแผนทำซ้ำทุก 12–18 เดือน หรือเร็ว–ช้ากว่านั้นอาจทำซ้ำได้ ทุก 1-3 เดือน  ขึ้นกับปัญหา ที่ต้องการรักษา  สภาพของปัญหา ระดับความหย่อนคล้อยและความต้องการของแต่ละคน

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าควรเลือกหัตถการไหน ?

การปรึกษาแพทย์ก่อนรับการรักษาเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะแพทย์จะประเมินปัญหาของคุณอย่างละเอียด และออกแบบโปรแกรมที่ตรงจุดที่สุด ไม่ใช่เลือกจากชื่อเครื่องหรือราคาแต่ละเทคโนโลยีมีจุดเด่นเฉพาะตัว และให้ผลดีที่สุดเมื่อเลือกให้เหมาะกับปัญหา ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณของคุณ บางเคสได้ผลดีที่สุดจากการใช้หลายเทคโนโลยีร่วมกัน เป้าหมายของเราคือการรักษาที่ตรงกับคุณ มากที่สุดเพื่อให้ ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากที่สุด

โปรโมชั่นตอนนี้

ปรึกษาคุณหมอฟรี!

ปรึกษาปัญหาผิวและสุขภาพกับแพทย์ของ เมดดิไซน์ คลินิก

รีวิว/REVIEW

บริการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรม ยกกระชับ มีอะไรบ้าง ราคาเท่าไร ต่างกันยังไง เครื่องไหน เหมาะกับเรา ?

โปรแกรม ยกกระชับ มีอะไรบ้าง ราคาเท่าไร มีหัตถการไหนบ้าง…