เลือกหน้า
Vbeam

วีบีม เฟอร์เฟคทา เลเซอร์ (Vbeam perfecta Laser)

วีบีม เฟอร์เฟคทา เลเซอร์ (Vbeam perfecta Laser) เป็นเลเซอร์จากบริษัทแคนเดลลา ประเทศสหรัฐอเมริกา มีความอ่อนโยนต่อผิว ถูกดูดซับได้ดีมากโดยเม็ดเลือดแดง และเม็ดสีเมลานินในผิวหนัง จึงสามารถรักษาความผิดปกติของโรคเส้นเลือดชั้นตื้น(ไม่ลึกกว่า1.5 มม.)บนผิวต่างๆได้เช่นเส้นเลือดฝอยบนใบหน้า เส้นเลือดฝอยที่ขา แผลเป็นนูน ปานแดง บริเวณผิวที่เป็นสีแดงผิดปกติ รอยแตกลายแดง หูด รอยแดงสิว  รอยแดงข้างจมูก และริ้วรอย ฯลฯและรักษาเส้นเลือดที่ผิดปกติใต้ผิวหนังที่เกิดจากการอักเสบโดยจะทำให้อาการจางลงถึง 75-90% เมื่อทำต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้งหรือตามแพทย์สั่ง โดยเทคโนโลยีนี้จะมีระบบพ่นความเย็นที่ให้ความละเอียดสูง ผสานไปกับลำแสงเลเซอร์ที่มีพลังงานและระยะเวลาการปล่อยแสงเลเซอร์ที่แม่นยำทำให้มีประสิทธิภาพในการรักษาสูง ทำโดยแพทย์

v1

 

หลักการทำงาน

วีบีม เฟอร์เฟคทา เลเซอร์ (Vbeam perfecta Laser) เป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 595 nm โดยจัดเป็นเลเซอร์แบบเพาส์ ได เลเซอร์(PDL: Pulsed Dye Laser)มีความกว้างของคลื่นอยู่ที่ 0.45 ms เมื่อปล่อยพลังงานเข้าสู่ผิวแสงเลเซอร์ดังกล่าวจะถูกดูดซับด้วยอ๊อกซิฮีโมโกลบิน(oxyhemoglobin) ที่มีอยู่ในเม็ดเลือดแดง พลังงานแสงจะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน และระดับพลังงานความร้อนที่มีค่าสูงเพียงพอจะทำาให้เม็ดเลือดแดงเกิดคอกกลูเลชั่น(coagulation)จึงสามารถทำลายเส้นเลือดเหล่านั้น และยังไปกระตุ้นทำให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ ( New Vascularization) ซึ่งทำหน้าที่นำอาหารมาสู่ผิวหนังมากขึ้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ช่วยเสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจนใต้ผิวหนังให้เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียนขึ้น ใบหน้ากลับสู่ความสดใส และความอ่อนเยาว์  ขณะที่เครื่องทำงาน มีระบบให้ความเย็นที่ป้องกันผิวชั้นบน(Epidermis)  ที่จดสิทธิบัตรของบริษัทแคนเดลลา  พัฒนาเทคโนโลยีระบบให้ความเย็นเพื่อปกป้องผิวชั้นบนก่อนการยิงเลเซอร์ทุกนัด เป็นระบบที่เรียกว่าดีซีดี ( DCD:Dynamic Cooling Device)   ซึ่งทำให้ผลการยิงเลเซอร์แต่ละนัดต่อผิวหนังชั้นบน จะได้รับการปกป้องอย่างนุ่มนวล ไม่เกิดรอยแดงรอยด่างดำหลังทำเลเซอร์ ซึ่งระยะเวลาในการพ่นสเปรย์ แพทย์สามารถปรับได้ตามสภาพ ผิวหนังของคนไข้ในแต่ละราย  โดยไม่ทำให้เกิดอันตรายแก่เนื้อเยื่อข้างเคียง และไม่ทำลายหนังกำพร้าจึงไม่ทำให้เกิดบาดแผลและสามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ การรักษานี้ไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา

v2

ผู้ที่เหมาะสม

  1. ผู้ที่มีเส้นเลือดฝอยแตกขยายบนใบหน้าหรือขา
  2. บริเวณเส้นเลือดฝอยที่ขา
  3. รอยแดงจากสิว
  4. ปานแดง
  5. ผู้ที่มีเม็ดสีผิวผิดปกติ*
  6. สิวอักเสบ
  7. บริเวณที่มีสีผิวแดงผิดปกติที่เกิดจากเส้นเลือดฝอยแตกขยายผิดปกติ
  8. รอยแผลเป็นใหม่
  9. แผลนูนแดง
  10. รอยแตกลายสีแดง
  11. ลดภาวะช้ำ หลังจากทำหัตถการ หรือ รอยฟกช้ำอื่นๆ
  12. หูด
  13. หน้าบาง หน้าแดงได้ง่าย หรือผิวหน้าที่ติดเสตียรอยด์
  14. โรคสะเก็ดเงิน
  15. *ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์

 

ข้อควรระวัง

  1. ควรทำความสะอาดใบหน้า หรือบริเวณที่ต้องการรักษา แล้วเช็คให้แห้งสนิทก่อนทำการรักษา
  2. แนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดหลังการรักษา อย่างน้อง 2 อาทิตย์หลังทำ
  3. ไม่ควรอยู่ในที่ร้อนจัด
  4. ควรทาครีมกันแดดที่มีSPF30+อย่างต่อเนื่อง
  5. กรณีที่ยิงรอยแดงสิว หลังทำเลเซอร์จะเห็นได้ว่ารอยแดงนั้นมีสีคล้ำขึ้น  ซึ่งเป็นปกติ และรอยแดงนั้นจะค่อยๆจางลงไปเอง ตามลำดับ ประมาณ 10-14 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล การยิงรอยแดงนั้น จะนัดยิงซ้ำทุก 2-4 อาทิตย์ จนกระทั่งรอยแดงจากจนหมด
  6. กรณีการยิงรอยด่างดำของกระตื้นนั้น หลังทำเลเซอร์จะเห็นได้ว่า สีของกระนั้นจะมีสีเข้มขึ้น(Darkening) บางรายอาจมีสะเก็ดบางๆ เกิดขึ้น ประมาณ 5-7 วัน สะเก็ดจะค่อยๆลอกหลุด หรือจะค่อยๆ จางลงกลืนไปกับผิว ตามลำดับ และไม่ทำให้ผิวเกิดรอยด่าง โดยห้ามแกะสะเก็ดนั้นออก ควรให้สะเก็ดลอกหลุดไปเอง
  1. ผู้ที่รับประทานยา สมุนไพร อาหารเสริม และวิตามินที่ทำให้ผิวไวต่อแสงความยาวคลื่น 595 nm เช่น Isotretinoin (Accutane) ภายใน 6 เดือนก่อนมาทำเลเซอร์, Tetracyclines หรือ John’s Wort  ภายใน 2 สัปดาห์  ก่อนเข้าการรักษาควรปรึกษาแพทย์
  2. คนไข้ที่ใช้ผลิตภัณ์ฑ์ทาผิวสีแทน ควรหยุดใช้ก่อนเข้าการรักษาอย่างน้อย 2 สัปดาห์หรือตามดุลยพินิจของแพทย์
  3. ในบริเวณที่ทำเลเซอร์ที่ทำให้เกิดแผลหรือผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี ควรเว้นอย่างน้อย 3 เดือนหรือตามดุลยพินิจของแพทย์
  4. *ตามดุลยพินิจของแพทย์

ข้อห้าม

  1. คนไข้ที่ใส่อุปกรณ์ในร่างกายเช่น Pacemaker หรือ internal defibrillator
  2. คนไข้ที่มีโลหะอยู่ที่ผิวชั้นตื้น หรือฝังอุปกรณ์ในบริเวณที่ทำทรีทเม้นท์
  3. สตรีมีครรภ์
  4. คนไข้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยโรค AIDS และ HIV หรือผู้ที่รับประทานยาที่ไปกดระบบภูมิคุ้มกัน
  5. คนไข้ที่มีประวัติเป็นโรคที่อาจถูกกระตุ้นด้วยแสงความยาวคลื่น 595 nm เช่น SLE , โพรพีเรีย (Porphyria), และ ลมชัก (Epilepsy)
  6. คนไข้ที่เลือดออกง่าย หรือรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์
  7. ผู้ที่รับประทานยา สมุนไพร อาหารเสริม และวิตามินที่ทำให้ผิวไวต่อแสงความยาวคลื่น 595 nm เช่น Isotretinoin (Accutane) ภายใน 6 เดือนก่อนมาทำเลเซอร์, Tetracyclines หรือ John’s Wort  ภายใน 2 สัปดาห์  (ตามดุลยพินิจของแพทย์)

 

เรียบเรียงโดย ฝ่ายวิจัยและพัฒนา แก้ไขข้อมูล 24/11/59

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

http://syneron-candela.com/hk/product/vbeam