เลือกหน้า
Ultra wellness

Ultra wellness

ปรับสมดุลร่างกายเฉพาะบุคคล

โปรแกรมปรับสมดุลร่างกายเฉพาะบุคคลใช้หลักการแพทย์ ที่เรียกว่า Functional Medicine วิวัฒนาการการแพทย์ในขั้นตอนการตรวจรักษาโดยใช้วิธีเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางวิเคราะห์ถึงปัญหาและให้การดูแลได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการเกิดโรค และป้องกันรักษาโรคซับซ้อนได้เป็นผลดี ใช้การประยุกต์ทางโภชนาการ การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย โดยแพทย์ที่มีความชำนาญพิเศษจะวิเคราะห์สาเหตุของโรคต่างๆ

รวมถึงโรคเรื้อรังที่มีความซับซ้อนโดยละเอียดเน้นการหาสาเหตุที่เป็นรากเหง้าของความผิดปกติของการทำงานของร่างกาย หรือสาเหตุของภาวะโรคเรื้อรัง

โดยจะวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดจากการรับฟังปัญหาตั้งแต่อดีตตลอดจนพัฒนาการของปัญหาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงองค์ประกอบทางพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และปัจจัยจากการดำเนินชีวิตซึ่งมีอิทธิพลต่อสุขภาพในระยะยาว และประเมินผลการตรวจ ภายใต้ความรู้ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ

โปรแกรมปรับสมดุลร่างกายเฉพาะบุคคลใช้หลักการแพทย์ ที่เรียกว่า Functional Medicine วิวัฒนาการการแพทย์ในขั้นตอนการตรวจรักษาโดยใช้วิธีเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางวิเคราะห์ถึงปัญหาและให้การดูแลได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการเกิดโรค และป้องกันรักษาโรคซับซ้อนได้เป็นผลดี ใช้การประยุกต์ทางโภชนาการ การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย โดยแพทย์ที่มีความชำนาญพิเศษจะวิเคราะห์สาเหตุของโรคต่างๆ

รวมถึงโรคเรื้อรังที่มีความซับซ้อนโดยละเอียด เน้นการหาสาเหตุที่เป็นรากเหง้าของความผิดปกติของการทำงานของร่างกาย หรือสาเหตุของภาวะโรคเรื้อรัง โดยจะวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดจากการรับฟังปัญหาตั้งแต่อดีตตลอดจนพัฒนาการของปัญหาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงองค์ประกอบทางพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และปัจจัยจากการดำเนินชีวิตซึ่งมีอิทธิพลต่อสุขภาพในระยะยาว และประเมินผลการตรวจ ภายใต้ความรู้ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพที่มีงานวิจัยที่เป็นที่ยอมรับ มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย

ข้อควรทราบและปฏิบัติในการเข้าสู่โปรแกรมการฟื้นฟูสุขภาพเฉพาะบุคคล

  1. การรักษาประกอบด้วยการใช้หลักทางโภชนาการ การบำบัดด้วยการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การใช้อาหารเสริม การบำบัดโรคด้วยสมุนไพรหรือโฮมีโอพาธี การปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิต โปรแกรมล้างพิษ การเสริมสารอาหารทางเส้นเลือด เทคนิคการจัดการกับความเครียด และ/หรือร่วมกับการให้ยา
  2. แนวทางการรักษาแบบนี้ ต้องได้รับความร่วมมือจากท่านในการเปิดเผย และแจ้งข้อมูลอย่างละเอียด การตั้งใจจริงในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตที่เคยชินและการปฏิบัติตามโปรแกรมการฟื้นฟูสุขภาพ ซึ่งจะได้รับคำแนะนำดูแลจากแพทย์ นักโภชนาการ และนักกายภาพบำบัด
  3. การรักษาแบบนี้ เป็นการค่อยๆปรับร่างกายให้เข้าสู่สมดุล Point of Leverage ซึ่งแต่ละบุคคลจะมีความแตกต่างกันตามสภาวะความแข็งแรง ความเรื้อรังของโรค ความสามารถในการซ่อมแซมร่างกาย ความสามารถในการกำจัดสารพิษ และพันธุกรรมของแต่ละคน รวมถึงการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสุขภาพ โดยทั่วไปจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือน บางรายอาจใช้เวลานาน 6 เดือน หรือ มากกว่า 1ปี
  4. การรักษา จำเป็นต้องมีการตอบแบบสอบถาม ตรวจ Total Bio Scan เพื่อตรวจสอบการทำงานของอวัยวะต่างๆเบื้องต้นโดยดูจากความแข็งแรงของเยื่อหุ้มเซลล์ และอาจจำเป็นต้องมีการตรวจเลือด ปัสสาวะหรือน้ำลายพิเศษเพิ่มเติม ในบางกรณีที่มีความซับซ้อนของสาเหตุการเกิดโรค ท่านอาจได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อการตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือเทคนิคการวินิจฉัยโรคที่เน้นการตรวจหาความผิดปกติที่การทำงานระดับเซลล์ที่เป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งจะส่งตรวจที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น ตรวจภูมิแพ้อาหารซ่อนเร้น ภาวะสารอาหารในระดับเซลล์ ความบกพร่องของยีนกำจัดสารพิษ ตรวจหาการทำลายของสารพันธุกรรม ความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม ตรวจหายีนมะเร็ง หาเชื้อแบคทีเรียในอุจจาระ โลหะหนักในเส้นผมหรือปัสสาวะ เป็นต้น และจำเป็นต้องมีการตอบแบบสอบถาม การตรวจ Total Bio Scan และ/หรือมีการตรวจพิเศษทางห้องปฏิบัติการซ้ำ เพื่อติดตามผลการรักษา
  5. การรักษาเน้นการปรับพื้นฐานของการมีคุณภาพชีวิต ได้แก่ การได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของร่างกาย การออกกำลังกาย การที่อวัยวะต่างๆได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ การนอนหลับ และการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ควบคู่ไปกับการรักษาสาเหตุของการเกิดโรค ท่านจะได้รับโปรแกรมการฟื้นฟูสุขภาพเฉพาะบุคคล ที่ใช้สำหรับการแก้ไขปัญหาเฉพาะของตัวท่าน
  6. ควรเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพด้วยวิธีนี้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน และเมื่อสภาวะร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุลและแข็งแรงสูงสุด ท่านควรดูแลตัวเองต่อไป โดยอาศัยหลักการและความรู้ที่ได้จากโปรแกรมนี้ รักษาให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะสมดุล ปราศจากโรคร้ายเรื้อรังและมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบรูณ์ตลอดไป

 

บุคคลที่เหมาะสำหรับโปรแกรมการฟื้นฟูสุขภาพเฉพาะบุคคล

  • ผู้ที่มีโรค อันได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันสูง โรคเส้นเลือดอุดตันในสมอง โรคมะเร็ง อาการป่วย ทางจิตใจ ความจำเสื่อม ซึมเศร้า โรคทางระบบภูมิคุ้มกันจำพวกโรคข้ออักเสบรูมาร์ตอยด์ โรคภูมิไวเกินหรือ ภูมิเพี้ยน โรคไฟโบรมัลอัลเจีย(โรคปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง) โรคเหนื่อยล้าเรื้อรัง โรคตับอักเสบ และโรคเรื้อรังอื่นๆ
  • ผู้ที่เคยมีประวัติโรคมะเร็ง เคยให้คีโม
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวมีปัญหาโรคเรื้อรังดังกล่าวข้างต้น และต้องการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรค
  • ผู้ที่มีโรคทางผิวหนังเรื้อรัง เช่น สิวเรื้อรัง ผื่นเรื้อรัง สเก็ดเงิน มะเร็งผิวหนัง
  • ผู้ที่รู้สึกว่าตนเองไม่แข็งแรง มีคุณภาพชีวิตไม่ดี เช่น ป่วยบ่อย แก่ก่อนวัย เหนื่อยล้าเรื้อรัง ความจำไม่ดี ไม่มีสมาธิเหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ ท้องผูกเรื้อรัง ภูมิแพ้เรื้อรัง อารมณ์แปรปรวน ปวดหัวเรื้อรัง เป็นต้น
  • ผู้ที่ทำงานหนัก มีความเครียดสูง และต้องการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มสมรรถภาพและศักยภาพของร่างกาย

 

 

ฟื้นฟูสุขภาพเฉพาะบุคคล

Ultrawellness Program เป็นโปรแกรมที่เน้น “การปรับสมดุลของร่างกาย” ถูกนำมาใช้ในศูนย์ดูแลสุขภาพในประเทศสหรัฐอเมริกามานานกว่า 21 ปี โดยใช้หลักการแพทย์ Functional Medicine ซึ่งเป็นวิวัฒนาการทางการแพทย์ ที่ใช้การตรวจรักษาโดยเน้นให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง วิธีการรักษาดังกล่าว ถูกพัฒนามาจากการตรวจรักษาโรคแบบดั้งเดิม ที่แพทย์มักมุ่งเน้นการรักษาโรคตามอาการเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย ซึ่งมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำและอาจพัฒนากลายเป็นภาวะเรื้อรัง

หลักการของ Ultrawellness Program

หลักการนี้สามารถวิเคราะห์ถึงปัญหาต้นตอของการเกิดโรคและความผิดปกติของการทำงานระดับเซลล์ โดยอาศัยการซักประวัติอย่างละเอียด ร่วมกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ สามารถให้การดูแลได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการเกิดโรคและนับว่าเป็นวิธีการป้องกันรักษาโรคที่ซับซ้อนและได้ผลดี ประกอบด้วยการประยุกต์ทางโภชนาการ การบำบัดด้วยการควบคุมอาหาร การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล ร่วมกับการใช้อาหารเสริมแบบ Medical Grade ที่ตรงตามปัญหาของร่างกายตามที่ร่างกายต้องการจริงๆโดยแพทย์ที่มีความชำนาญพิเศษในการวิเคราะห์สาเหตุของโรคต่างๆ รวมถึงโรคเรื้อรังที่มีความซับซ้อนโดยละเอียด

ระยะเวลาการเข้ารับ Ultrawellness Program

โปรแกรมนี้เป็นการปรับสมดุลการทำงานของร่างกายที่เน้นการบำบัดฟื้นฟูร่างกายจากภายใน จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้ร่างกายกลับคืนสู่สมดุล ซึ่งระยะเวลาในการรักษาจะแตกต่างกันในแต่ละคน อาจใช้เวลาตั้งแต่ 1 – 3 เดือน จนกระทั่ง 6 เดือน ถึง 1 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและอาการที่เป็น ส่วนกรณีของผู้ที่มีปัญหาโรคอื่นๆอยู่ก่อนแล้ว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคที่เกิดจากความเสื่อมต่างๆ หรือโรคที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอ้วน อาจต้องใช้เวลานานกว่าผู้ที่ไม่มีโรค โดยแพทย์จะเป็นผู้กำหนดและปรับแผนการรักษาตามสภาพอาการ ดังนั้นผู้เข้ารับการรักษาต้องมีความเข้าใจในการที่จะฟื้นฟูดูแลสุขภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน