เลือกหน้า
Enerjet

EnerJet

เทคโนโลยี EnerJet คืออะไร

เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ที่รักษาปัญหาผิวที่มีโครงสร้างผิวเสีย ย้อย คล้อย ตก แผลเป็น หลุมสิว แตกลาย ผิวไม่กระชับ ผิวคอหรือผิวหน้าเหี่ยว โดยไม่ใช้เข็ม ไม่ต้องพักฟื้น ไม่ทำให้ผิวร้อน และให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพเห็นการเปลี่ยนแปลงเพียง60นาที

หลักการทำงาน

EnerJET  ใช้หลักการ เจท วอลุ่ม เมทริค รีโมเดลลิ่ง( Jet Volumetric Remodeling) ด้วยส่งผ่านสารนำพาไฮยาลูรอนิค แอซิค ( hyaluronic acid) เข้มข้น โดยใช้พลังงานจลน์ เป็นตัวขับเคลื่อนส่งผ่านตัวยาแบบกระจายตัวเล็กๆระดับนาโน ในบริเวณกว้างชั้นใต้ผิว ด้วยแรงส่งที่วิ่งผ่านเนื้อเยื้อผิวหนังทั้ง 3 ระดับ ซึ่งลงลึกถึงชั้น SMAS ช่วยให้เกิดการสร้างและการจัดเรียงคอลลาเจน(Collagen)ใหม่อย่างเป็นระเบียบเพิ่มขึ้น และเพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นใยไฟโบบราส(Fibroblast) ในชั้นสแมส( SMAS)  ซึ่งเป็นชั้นพังผืดที่รองรับเนื้อเยื้อของผิวหนังใบหน้า ทำให้เกิดการยกกระชับ ปรับรูปหน้า กรอบหน้าชัดเจน ผิวเรียบเนียน ตึงกระชับ พร้อมดูดจับโมเลกุลน้ำ สร้างความชุ่มชื้นในผิว จึงสามารถรักษาแผลนูนแดง หรือแผลเป็นในแบบต่างๆ ปัญหาผิวมือที่ไม่เต่งตึง ลดเส้นริ้วรอยบริเวณหน้าผากหรือบริเวณคอให้ตื้นขึ้น ลดผิวแตกลาย ปัญหาผิวคอและเนินอกกร้านแดด กระชับรูขุมขน และใช้ได้ทุกสภาพผิว

 

ภาพแสดงการทำงาน

1

แสดงภาพผิวก่อนทำทรีทเม้นท์ ผิวที่ร่วงโรย จะปรากฏริ้วรอย รอยยับ การยุบตัว และผิวแห้ง

3

อานุภาพแรงดันสูงจะส่งผลให้ตัวยาทำหน้าที่เสมือนลูกกระสุนระดับนาโน(Nano-bullet) จำนวนนับพันลูก กระจายตัวออกด้านข้าง ทำให้เกิดบาดแผลขนาดเล็กระดับไมครอน(Micro Trauma)ซึ่งจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน(Collagen) และเพิ่มความแข็งแรงให้กับเส้นใย (Fibroblast) โครงสร้างผิวจะถูกปรับสภาพให้มีความแข็งแรงขึ้น
2

แสดงการส่งผ่าน hyaluronic aid โดยใช้พลังงานจลน์ เป็นตัวขับเคลื่อนผ่านช่องเปิดที่มีขนาดเล็กมากบนผิวชั้นบน เข้าไปสู่ชั้น SMAS และด้วยโมเลกุลของสารคู่กับพลังงานลมทำให้มีการกระจายของสารทั่วชั้นSMAS

4

สารhyaluronic เริ่มทำงาน โครงสร้างผิวจะเริ่มปรับตัวให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยหลักการธรรมชาติบำบัดตามกลไกลของร่างกาย  ผิวเริ่มมีการอิ่มตัว ชุ่มชื้นขึ้น เกิดการผลิตคอลลาเจนใหม่

5

เมื่อระยะเวลาผ่านไป ด้วยกลไกธรรมชาติของผิวในบริเวณที่ทำการรักษาโครงสร้างผิวจะเกิดการจัดเรียงโครงข่ายเส้นใยคอลลาเจนใหม่อย่างเป็นระเบียบและต่อเนื่องผิวจะกระชับ แข็งแรง และมีvolumn ผลการรักษาจึงคงอยู่ในระยะเวลานาน 6 – 18 เดือน


เหมาะสำหรับ

  1. ผู้ที่ต้องการทำหัตถการ และกลัวเข็ม
  2. เหมาะสำหรับผู้ที่มีหน้าหย่อนคล้อย ไม่เข้ารูป ไม่กระชับ
  3. ผู้ที่มีปัญหาหนังตาตก
  4. ผู้ที่มีแผลเป็นจากสิว หรือรอยหลุมสิว
  5. บริเวณที่มีแผลเป็นคีย์ลอยด์
  6. บริเวณที่มีรอยแตกลาย
  7. บริเวณที่มีรอยยับย่น ของผิว

7.1 บริเวณหลังมือ

7.2 บริเวณเนินอก

7.3 บริเวณแก้ม

7.4 บริเวณลำคอ

7.5 บริเวณหางตา

 

การดูแลและข้อควรระวังหลังการรักษา

  1. ทาครีมลดการอักเสบและทานยาที่คุณหมอจ่ายหลังจากการทำทรีทเม้นท์อย่างเคร่งครัด
  2. หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด หลังจากทำการรักษา 48 ชั่วโมง
  3. ไม่เช็ด ถู ขัด แกะ สะกิด ในตุ่มแดง สะเก็ด หรือปุ่มนูนที่บริเวณรักษา

 

อาการข้างเคียงหลังการรักษา

  1. อาจเกิดสีผิวที่เข้มขึ้นในบริเวณที่ทำ และจะจางหายไปอย่างช้า ๆ ในช่วง 2-6 เดือน
  2. อาจมีเลือดออกใต้ผิวหนัง ฟกช้ำ คลำแล้วเป็นก้อนในบริเวณที่ทำ ซึ่งจะหายได้เองหลังจาก 10 วัน

 

เรียบเรียงโดย ฝ่ายพัฒนาและวิจัย   แก้ไขข้อมูล 4/11/59