เลือกหน้า
โรคไต

วิธีดูแลรักษาตัวเอง เมื่อเป็นโรคไต

เมื่อวินิจฉัยว่าเป็นโรคไตเรื้อรัง คือไตเกิดความผิดปกติถาวร ไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้ แต่เราสามารถชะลอการเสื่อมของไตโดย

-การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
-ควรหลีกเลี่ยงการซื้อยากินเองเป็นประจำ และการกินยาซ้ำซ้อน
-ปรึกษาแพทย์ก่อนกินยาอื่น
-รักษาควบคุมความดันโลหิตให้ต่ำกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท และแพทย์มักเลือกใช้ยาลดความดันโลหิตกลุ่ม เอซีอีไอ (angiotensin converting enzyme (ACE) inhibitor) หรือ เออาร์บี (angiotensin receptor blockers (ARBs) เป็นกลุ่มแรก อาจใช้ร่วมกับยาขับปัสสาวะเพื่อเสริมฤทธิ์ในการลดความดันโลหิต
-ควบคุมอาหาร ในผู้ป่วยโรคไต หากกินอาหารไม่ถูกต้องจะทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นอย่างรวดเร็ว

อาหารโปรตีน โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีจำเป็นในการสร้าง และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย โปรตีนส่วนใหญ่มาจากเนื้อสัตว์ในผู้ป่วยโรคไต พบว่าความสามารถในการขับของเสียที่เกิดจากร่างกายเผาผลาญโปรตีนลดลง และถ้ากินโปรตีนมากก็จะมีของเสียผ่านไตมาก ไตจะทำงานหนัก มีผลให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น ดังนั้นแพทย์จึงแนะนำให้จำกัดอาหารโปรตีนประมาณ 0.6-0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัมต่อวันโดยมีโปรตีนคุณภาพสูงเป็นส่วนใหญ่แต่ถ้าผู้ป่วยไม่กินอาหารโปรตีนเลยจะทำให้เกิดโทษ เกิดการขาดสารอาหาร ดังนั้นการกินอาหารโปรตีนปริมาณเท่าใดนั้นควรต้องปรึกษากับ แพทย์ และนักโภชนาการ

อาหารไขมันคอเลสเตอรอล การกินอาหารไขมันสูงอาจจะทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น และยังมีผลทำให้หลอดเลือดแข็งตัว เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองได้

โซเดียม พบมากใน อาหารเค็ม หรือมีเกลือเป็นส่วนประกอบ โซเดียมมีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีรสเค็ม หรือควรได้รับเกลือไม่มากกว่า 6 กรัมต่อวัน หรือ 100 mEq ต่อวัน

โปแตสเซียม พบมากใน ผัก ผลไม้ ได้แก่ มันฝรั่ง กล้วย ผลไม้แห้ง ถั่วชนิดต่าง ๆ ปกติไตจะขับโปแตสเซียมส่วนเกินออกมาในปัสสาวะ แต่ในผู้ป่วยไตเสื่อมมากจะขับโปแตสเซียมออกได้ลดลง ทำให้ระดับโปแตสเซียมคั่งในเลือด เกิดอันตรายทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ และหยุดเต้นได้

-ควรหยุดสูบบุหรี่ เนื่องจากการสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น แต่ยังเพิ่มอัตราเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง

การรักษาภาวะโลหิตจาง ภาวะโลหิตจาง หรือภาวะซีดจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เกิดจากไตสร้างฮอร์โมนอีริโทรโพอิติน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงได้ไม่เพียงพอ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคไตที่มีภาวะซีดจากการขาดฮอร์โมนนี้ควรได้รับการฉีดฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง