เลือกหน้า
โปรแกรมตรวจยีน

โปรแกรมตรวจยีน สำหรับโรคมะเร็ง 77 ชนิด

การตรวจสุขภาพระดับยีน เพื่อการค้นหายีนมะเร็งกว่า 77 ชนิดในครั้งเดียว ถือเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์อีกขั้นหนึ่ง ทั้งยังมีความปลอดภัยสูง เพราะไม่ต้องเสี่ยงกับการรับสารเคมีหรือรังสีใดๆทั้งสิ้น เนื่องจากใช้วิธีการเจาะเลือดในปริมาณเพียง 5-10 มิลลิลิตรเท่านั้น สามารถตรวจได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ให้ผลที่เที่ยงตรง ความน่าเชื่อถือสูงจากการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งนักวิจัยในหลายสถาบันทั่ว ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อค้นยีนที่ผิดปกติทางพันธุกรรมหรือเกิดจากการกลายพันธุ์

หากมียีนที่ผิดปกติอยู่ ณ ตำแหน่งใด ยังประโยชน์ในการระบุปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเพื่อสามารถป้องกันได้อย่างทันท่วงที การที่สามารถบอกชนิดของยีนที่ผิดปกติช่วยให้แพทย์สามารถ วินิจฉัยโรค ทำนายการพัฒนาของโรคและความรุนแรงของโรค เพื่อเลือกวิธีการรักษา ได้ถูกโรคและเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย และช่วยให้สามารถประเมินผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โปรแกรมตรวจยีน สำหรับโรคมะเร็ง 77 ชนิด (Cancer gene Test)

หากจะพูดถึงการตรวจค้นรอยโรคแต่เนิ่นๆ และค้นพบสาเหตุการเกิดโรคด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ คงหนีไม่พ้นเรื่องการตรวจสุขภาพระดับยีน การตรวจยีนมะเร็งช่วยลดโอกาสการเกิดมะเร็งได้เนื่องจากสามารถตรวจหาความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความผิดปกติให้พบก่อนจะพัฒนากลายเป็นมะเร็ง

ในปี ค.ศ. 1978 โรเบิร์ต เอ. ไวน์เบิร์ก และคณะ จากสถาบันเทคโนโลยีเอ็มไอที (Massachusetts Institute of Technology, MIT) ได้เผยแพร่บทความการศึกษาเรื่องมะเร็งโดยมีใจความตอนหนึ่งว่า “ยีนมะเร็ง หรือ อองโคยีน (Oncogene) เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง” ผลจากการศึกษาของ ศ. ไวน์เบิร์ก ทำให้นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันทราบว่า มะเร็งเกิดจากความผิดปกติของยีนที่ทำหน้าที่ควบคุมพฤติกรรมและการแบ่งตัวของเซลล์ ในระดับสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอ โดยมีสาเหตุอันเนื่องมาจากการได้รับสารเคมี รังสี เชื้อโรคและปัจจัยอื่นๆ ส่งผลให้การจัดเรียงตัวของสายดีเอ็นเอเปลี่ยนแปลงไป เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “การกลายพันธุ์ (Mutation)” การกลายพันธุ์ส่งผลให้สายดีเอ็นเอในร่างกายของเรามียีนมะเร็ง หรือ อองโคยีน (Oncogene) ทำให้ชนิดของโปรตีนเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ จนกลายเป็นโปรตีนมะเร็ง (Oncoprotein) เช่น โปรตีนพี 53 (P53 Protein) โปรตีนไทโรซีนไคเนส (Tyrosine Kinase) เป็นต้น

โดยโปรตีนมะเร็งดังกล่าวนี้มีความสามารถในการกระตุ้นเซลล์ตัวเอง หรือเซลล์ข้างเคียงให้แบ่งตัวและขยายตัวอย่างรวดเร็วและไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากนั้นความผิดปกติที่เกิดขึ้นส่งผลให้การสั่งการของยีนผิดพลาดด้วย กล่าวคือยีนมีหน้าที่คอยควบคุมพฤติกรรมของเซลล์ โดยจะสั่งการว่าเมื่อใดที่เซลล์ต้องแบ่งตัวหรือเมื่อใดที่เซลล์ต้องสลายตัว ดังนั้นเมื่อยีนผิดปกติก็จะทำให้การสั่งการต่างๆผิดไปด้วยส่งผลให้เซลล์ทำงานผิดปกติแบ่งตัวผิดปกติ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเกิดโรคมะเร็ง

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยทั่วโลกร่วมมือกันทำการศึกษาเกี่ยวกับยีนมะเร็ง และสามารถค้นพบยีนมะเร็งแล้วกว่า 200 ยีน ล่าสุดทีมนักวิจัยจากสถาบันเวลล์คัม ทรัสต์ แซงเกอร์ (The Well Come Trust Sanger Institute) ประเทศอังกฤษ ได้ค้นพบยีนมะเร็งเพิ่มอีก 120 ชนิด โดยข้อมูลที่ค้นพบนี้ยังไม่เคยมีรายงานที่ไหนมาก่อน และเมื่อรวมกับจำนวนยีนมะเร็งเดิมแล้วเท่ากับว่าปัจจุบันนี้มีจำนวนยีนมะเร็งกว่า 350 ยีน เลยทีเดียว และมีแนวโน้มว่าจะค้นพบยีนใหม่ๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการค้นคว้า พัฒนาวิธีตรวจวินิจฉัย วิธีการรักษา ให้มีประสิทธิภาพขึ้น เพื่อให้ก้าวทันการดำเนินโรคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและทวีความรุนแรงมากขึ้น

ทำไมถึงควรตรวจยีนเพื่อค้นหาโรคมะเร็ง

โรคมะเร็งสามารถป้องกันได้ โดยการกำจัดหรือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ รักษาดูแลสุขภาพและภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง นอกจากนี้การตรวจยีนโรคมะเร็งก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคมะเร็งได้ เนื่องจากสามารถตรวจหาความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความผิดปกติให้พบก่อนที่จะพัฒนากลายเป็นโรคมะเร็ง ยิ่งตรวจพบโรคมะเร็งได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งจะมีโอกาสหายมากขึ้นเท่านั้น

นอกจากนี้โรคมะเร็งแต่ละชนิดมียีนที่มีความผิดปกติแตกต่างกัน ซึ่งความผิดปกติของยีนที่แตกต่างกันนี้ ทำให้ผู้ป่วยแต่ละคนมีการตอบสนองต่อการรักษาที่แตกต่างกันไป ดังนั้นถ้าสามารถตรวจหาความผิดปกติของยีนในเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยก่อนการรักษาได้ จะทำให้เราสามารถทราบข้อมูลของยีนที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง และยังมีส่วนช่วยในการวางแผนการรักษาที่มีความจำเพาะเจาะจงกับยีนที่มีความผิดปกติ ดังนั้นการตรวจยีนจะทำให้การรักษาตรงเป้าหมายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รายงานวิจัยต่างๆยังพบว่า ผู้ที่มีมะเร็งในระยะฟักตัวแต่ยังไม่เป็นโรคมะเร็งจะตรวจพบความผิดปกติของยีน หรือพบยีนมะเร็ง และผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกรายต้องมีความผิดปกติของยีน รวมถึงผู้ที่ตรวจพบว่ามีสารอนุมูลอิสระในร่างกายสูง อยู่ในภาวะเครียดของเซลล์ที่เกิดจากการมีสารอนุมูลอิสระมากเกินไป หรือภาวะที่เซลล์ถูกทำลายจากสารอนุมูลอิสระ (Oxidative Stress) ทำให้เกิดการทำลายยีนหรือสารพันธุกรรม (DNA) เมื่อสารพันธุกรรมถูกทำลายก็จะทำให้เกิดการกลายพันธุ์ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้มากขึ้น ยิ่งตรวจพบได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสหายมากขึ้นเท่านั้น

เทคโนโลยีการตรวจยีนเพื่อค้นหาโรคมะเร็งได้มากกว่า 77 ชนิด ถือเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์อีกขั้นหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการพบแนวโน้มการเกิดโรค การวินิจฉัยโรค การคาดการณ์การพัฒนาของโรคและคาดการณ์ผลการรักษา และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาโรคมะเร็งได้ด้วย ซึ่งการตรวจนี้เป็นการตรวจเพียงครั้งเดียวที่ปลอดภัย เนื่องจากใช้วิธีการเจาะเลือดเท่านั้น ให้ผลที่เที่ยงตรงและแม่นยำสูง

อุปสรรคในการตรวจหาและป้องกันโรคมะเร็ง วิธีแก้ไขด้วยการตรวจยีนมะเร็ง
มะเร็งมีหลายชนิด เกิดได้ทุกอวัยวะ จึงยากในการตรวจหา สามารถระบุชนิดมะเร็งที่มีความเสี่ยงของมะเร็งได้ 77 ชนิด
เป็นไปได้ยากที่จะตรวจมะเร็งทุกชนิด ในทุกๆปี การตรวจเพียงครั้งเดียว ใช้วางแผนสุขภาพได้ตลอดชีวิต
มะเร็งแต่ละชนิดมีวิธีการตรวจหาที่แตกต่างกัน เจาะเลือดเพียงครั้งเดียวเหมือนการตรวจเลือดทั่วไป
เซลล์มะเร็งมักไม่แสดงอาการในระยะแรก ตรวจพบเมื่อเป็นมะเร็งแล้ว รักษาให้หายยาก ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ตรวจพบและกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติก่อนกลายเป็นเซลล์มะเร็ง หรือพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โอกาสหายสูง ประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษา
ค่าใช้จ่ายสูง หากต้องการการสุ่มตรวจมะเร็งหลายๆชนิด รู้ว่าต้องระวังจุดไหนเป็นพิเศษ รู้ความถี่ในการตรวจ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพระยะยาว
ไม่สามารถเจาะจงชนิดมะเร็ง เพราะไม่รู้ความเสี่ยง เจาะจงการตรวจร่างกายประจำปีตามความเสี่ยงชนิดมะเร็งที่ตรวจพบ
ไม่มีโอกาสรู้ว่าต้องเฝ้าระวังมะเร็งชนิดใดเป็นพิเศษ ความเสี่ยง การเกิดมะเร็งของคุณมีมากน้อยเพียงใด สามารถวางแผนชีวิตได้เหมาะสมด้วยการหลีกเลี่ยงและลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ลดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโอกาสเกิดมะเร็ง หรือวางแผนด้านการเงินให้เหมาะสมกับความเสี่ยง เช่น เพิ่มการออมด้วยการซื้อประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองสูงสำหรับโรคมะเร็ง

การตรวจยีนมะเร็ง

การตรวจยีนมะเร็งนี้มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากใช้วิธีการเจาะเลือดโดยไม่ต้องอดอาหาร รวมกับการตอบแบบสอบถามสำหรับข้อมูลที่จำเป็นประกอบการตรวจยีน โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บเป็นความลับ รายงานผลการตรวจความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งทั้ง 77 ชนิด หากพบว่ามีความเสี่ยงสูง หมายถึง มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งมากกว่าคนปกติทั่วไป อาจจะไม่เป็นโรคมะเร็งก็ได้ แต่มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งมากกว่าคนปกติทั่วไป ถ้าไม่มีรายงานความเสี่ยง หมายถึง มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งเท่ากับคนปกติทั่วไป ซึ่งมีโอกาสเกิดโรคน้อยกว่าคนที่มีความเสี่ยง นอกจากนี้เอกสารแนะนำการปฏิบัติตนเพื่อเพิ่มภูมิต้านทานในการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง และคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งให้คำปรึกษาแนะนำทางด้านการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน โภชนาการทั้งอาหารที่ควรรับประทานและควรหลีกเลี่ยง รวมถึงรูปแบบการออกกำลังกาย ช่วยในการวางแผนอนาคตสุขภาพของคุณได้อย่างเหมาะสม

ใครควรได้รับการตรวจยีนเพื่อค้นหาความเสี่ยงโรคมะเร็ง

  • อยู่ในครอบครัวมะเร็ง ผู้ที่มีคนในครอบครัวเสียชีวิตจากโรคมะเร็งชนิดต่างๆ
  • มีสัญญาณเตือนของโรคมะเร็ง เช่น เหนื่อยเรื้อรัง น้ำหนักลด ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดหรือถ่ายดำ ท้องผูกสลับท้องเสียแบบเรื้อรัง ปัสสาวะไม่ออกหรือเป็นเลือด น้ำเหลืองหรือเลือดออกทางหัวนม ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้โต ตุ่มหรือก้อนเนื้อสีดำลักษณะคล้ายไฝ เป็นต้น
  • อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง เช่น เกษตรกรที่พ่นยาฆ่าแมลงเป็นประจำ ผู้ที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในบริเวณที่มีจราจรหนาแน่นหรือโรงงานอุตสาหกรรม เช่น โรงงานปิโตรเคมีที่ปล่อยสารเบนซีน ไวนิลคลอไรด์ คลอโรฟอร์ม
  • ใช้ชีวิตเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง ได้แก่ เครียดเรื้อรัง สูบบุหรี่ ตากแดดจัด รับประทานอาหารปิ้ง ย่าง รมควันที่ไหม้เกรียม อาหารดอง อาหารสุกๆดิบๆ อาหารเนื้อหมัก เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน เป็นประจำ
  • มีสารอนุมูลอิสระในร่างกายสูงหรืออยู่ในภาวะ Oxidative Stress คือ ภาวะเครียดของเซลล์ที่เกิดจากการมีสารอนุมูลอิสระมากเกินไปหรือภาวะที่เซลล์ถูกทำลายจากสารอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดการทำลายยีนหรือสารพันธุกรรม (DNA) เมื่อสารพันธุกรรมถูกทำลาย ก็จะทำให้เกิดการกลายพันธุ์ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้มากขึ้น

 

แหล่งข้อมูล

  1. ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหาร – กระทรวงสาธารณสุข
  2. สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
  3. ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
  4. โครงการรณรงค์รักษ์สุขภาพโดยแพทย์ร่วมกับสหวิชาชีพ
  5. หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2346 วันที่ 7 ส.ค. – 9 ส.ค. 2551