เลือกหน้า
เล็บผิดปกติสัญญาณเกิดโรค

เล็บผิดปกติสัญญาณเกิดโรค

วิตามินและเกลือแร่สามารถป้องกันหรือรักษาเล็บแตกหักได้หรือไม่

                   มีผู้ผลิตอาหารเสริมมากมายทั้งไบโอตินและวิตามินบีสำหรับบำรุงสุขภาพเล็บ  โดยอาศัยสองงานศึกษาเล็กๆ ที่ตีพิมพ์ในปี 1990­ ซึ่งพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีเล็บที่แข็งแรงและหนาขึ้นภายในหลายเดือนที่เริ่มรับประทานไบโอติน  อย่างไรก็ตาม งานศึกษาทั้งสองนั้นก็ไม่ได้มีการกำหนดกลุ่มควบคุม  แต่ผลการศึกษาในงานดังกล่าวก็ได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการรับประทานอาหารและการดูแลเล็บ

                   ไบโอตินช่วยให้ร่างกายสามารถนำคาร์โบไฮเดรต  ไขมัน  และโปรตีนไปใช้  และยังสามารถพบไบโอตินตามธรรมชาติได้ในอาหารหลายชนิด  เช่น  ถั่ว  ไข่  อะโวคาโด  เนื้อสัตว์  ปลา  และผัก  สถาบันทางการแพทย์รายงานว่า ผู้ใหญ่จำเป็นต้องได้รับวิตามินบี  30  มิลลิกรัมต่อวัน  ซึ่งเป็นปริมาณเล็กน้อยที่สามารถได้จากการรับประทานอาหาร  แต่งานศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพเล็บพบว่าจำนวนที่ต้องใช้นั้นมากถึง 2,500 –  3,000 มิลลิกรัม  ซึ่งเป็นปริมาณมากถึง 100 เท่าของปริมาณที่แนะนำ 

                   ซึ่งปริมาณดังกล่าวนี้  “เป็นไปไม่ได้ที่คุณจะได้รับจากอาหารโดยที่ไม่ต้องพยายามคัดเลือกอาหารที่จำเพาะเจาะจงเป็นพิเศษ  หรือได้รับจากอาหารเสริม” ดร.พอล  โทมัส นักโภชนาการและนักวิทยาศาสตร์จาก National Institutes  of  Health’s  Office  of  Dietary  Supplements ได้กล่าวไว้  และเนื่องจาก FDA ได้กำหนดให้กลุ่มอาหารเสริมเป็นเหมือนอาหาร ไม่ใช่ยารักษาโรค  จึงไม่ได้มีการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพก่อนจะนำมาวางขาย  ไบโอตินเป็นวิตามินที่ละลายน้ำได้  จึงพบไบโอตินจำนวนมากถูกขับออกมาทางปัสสาวะ

                   ดร.โมนิกา  ลอรี่ แพทย์ผิวหนังจาก Sutter  Medical Group ใน  Davis, Calif. มีความสงสัยเกี่ยวกับกลุ่มวิตามินและเกลือแร่รวมหลากหลายชนิดซึ่งมักจะมีส่วนผสมของสมุนไพรวางขายทั่วไปสำหรับสุขภาพเล็บ  ซึ่งไม่มีหลักฐานว่าจะดีจริงอีกทั้งมีราคาที่สูงเกินไป

                   ปัญหาของเล็บมักจะเป็นสัญญาณของโรค  ดังนั้นจึงเป็นผลดีที่แพทย์ผิวหนังจะสามารถวินิจฉัยโรคได้  ดร.ลอรี่กล่าว  “ผู้ที่มีปัญหาเรื่องเล็บ เปราะบาง อ่อนแอ  แตกหักง่าย มักจะพบในกลุ่มอาการ Raynaud’s syndrome” เป็นสัญญาณว่ามีเลือดมาเลี้ยงที่นิ้วมือและเท้าน้อย  ซึ่งอาจเป็นผลของโรคที่มีความรุนแรง  และสาเหตุอื่นที่อาจเป็นไปได้ เช่น โรคไทรอยด์  โรคโลหิตจางเนื่องจากขาดธาตุเหล็ก

                   เล็บเปราะส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการขาดความชุ่มชื้น  ดร.ลอรี่แนะนำให้ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของสาร AHA   แช่เล็บในอ่างพาราฟินเป็นเวลา ­10 – 20 นาที  จะสามารถทำให้เล็บดูดซึมความชุ่มชื้นได้มาก  ลดการทำเล็บ และถ้าเป็นไปได้  ควรหลีกเลี่ยงการล้างมือบ่อยๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ซึ่งจะทำให้เล็บแห้ง

ที่มา: https://nyti.ms/2lmlCu7