เลือกหน้า
ภูมิแพ้อาหารแบบเรื้อรัง

ภูมิแพ้เรื้อรัง

รักษาภูมิแพ้ที่ต้นเหตุ Delayed Food & Inhalant Allergy Test

การรักษาโรคภูมิแพ้ที่ดีที่สุด คือ การหาสาเหตุว่าแพ้อาหารหรือสารชนิดใด และการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ เมดดิไซน์ร่วมกับศูนย์ห้องปฏิบัติการในประเทศสหรัฐอเมริกา ตรวจโรคภูมิแพ้อาหารและทางเดินหายใจชนิดเรื้อรังด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ แบบพิเศษ ด้วยการเจาะเลือดเพียง 1.5-2 ซีซี โดยไม่ต้องอดอาหาร นอกจากนี้แพทย์จะแนะนำการดูแลรักษาด้วยวิธีการแพทย์แบบผสมผสาน ช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง เพื่อลดการใช้ยาเคมี และป้องกันการเกิดภูมิแพ้ในอนาคต

 

ภูมิแพ้อาหารแบบเรื้อรัง

อาหาร เป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้บ่อยที่สุด โดยสามารถแบ่งชนิดของการแพ้เป็น 2 สาเหตุใหญ่ๆ คือการแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน และการแพ้อาหารแบบเรื้อรัง

แพ้อาหารแบบเฉียบพลัน การแพ้อาหารแบบเรื้อรัง
เกิดจาก ร่างกายผลิตแอนติบอดี้ IgE เพื่อต่อต้านอาหารที่แพ้ ร่างกายผลิตแอนติบอดี้ IgG เพื่อต่อต้านอาหารที่แพ้
โอกาสแพ้ พบได้ยาก (ประมาณ 5 % ของคนทั่วไป) พบบ่อย
การแสดงอาการ มักมีอาการเกี่ยวกับผิวหนัง ทางเดินอาหาร และ ทางเดินหายใจ อาจจะมีอาการในทุกระบบของร่างกาย
อาการที่พบ มีผื่นคัน ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ อาเจียน คลื่นไส้ ปวดท้อง จุกเสียด ท้องผูก ท้องร่วง ไอ หอบหืด หรือคัดจมูก ไซนัสอักเสบ หอบหืด หูน้ำหนวก ข้อกระดูกอักเสบ เครียด นอนไม่หลับ หดหู่ ผิวหนังอักเสบ ลมชัก เหนื่อยเรื้อรัง ปวดไมเกรน ลำไส้อักเสบ โลหิตจาง น้ำหนักเพิ่ม บวม ฉุ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ลำไส้แปรปรวน ผื่นคันเรื้อรัง ลมพิษเรื้อรัง สิวอักเสบเรื้อรัง
อาการหลังรับสาร ภายใน 2 ชั่วโมง ตั้งแต่ 2 ชั่วโมง – 1 สัปดาห์
อาหารที่แพ้ แพ้เพียง 1-2 ชนิด แพ้ตั้งแต่ 3 – 20 ชนิด
การตรวจพบ ตรวจพบเองได้ง่าย รับประทานเพียงเล็กน้อยก็จะเกิดอาการแพ้ในทันที ตรวจหาเองได้ยากมาก ทิ้งระยะก่อนการแสดงอาการนาน
การแก้ไข หยุดรับประทานอาหารชนิดนั้นก็จะไม่มีอาการแพ้อีก แก้ไขได้แต่ใช้เวลานาน เนื่องจากอาการแพ้เรื้อรัง มักเกิดกับอาหารที่รับประทานเป็นประจำ

 

การแพ้อาหารแบบเรื้อรัง

เกิดขึ้นเมื่อร่างกายย่อยอาหารได้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจเกิดจากการรับประทานยาปฏิชีวนะ ยาลดกรด ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ รับประทานอาหารซ้ำๆ หรืออาจเกิดขึ้นได้เองจากความผิดปกติของร่างกาย เมื่อลำไส้เล็กทำงานบกพร่องหรือยอมปล่อยให้อาหารที่ย่อยไม่สมบูรณ์ผ่านผนังลำไส้เข้าไปสู่กระแสเลือดทีละมากๆ ก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายผลิตสารเพื่อต่อต้านสิ่งแปลกปลอม ซึ่งสารต่อต้านดังกล่าวจะจับตัวกับสารอาหารที่เรารับประทานตามปกติ และมีการปล่อยสารเคมีต่างๆออกมามากมาย ทำให้เกิดอาการอักเสบเรื้อรัง จนถึงอาการแพ้ได้ ทั้งๆที่เราอาจเคยรับประทานอาหารชนิดนั้นได้โดยไม่มีอาการแพ้ก็ตาม

อาการแพ้ที่แสดงออกช้า ไม่สามารถระบุอาการที่ชัดเจนได้ และมีโอกาสเกิดได้กับทุกระบบในร่างกาย โดยอาการจะแตกต่างกันในคนไข้แต่ละราย อาทิเหนื่อยล้าตลอดเวลา ง่วงนอนตลอดวัน เครียด ปวดไมเกรน หงุดหงิดง่าย หดหู่ เจ็บปวดตามเนื้อตัว ข้อกระดูกอักเสบ ท้องผูกสลับท้องเสีย หูน้ำหนวก คัดจมูก ไซนัสอักเสบ หอบหืด หายใจติดขัดเรื้อรัง บางครั้งมีผื่นคัน ผิวอักเสบ เป็นสิวรักษาไม่หายขาด ปวดเสียด ท้องอืด ปวดแน่นท้องหลังรับประทานอาหาร ลำไส้อักเสบ โลหิตจาง บวมน้ำ น้ำหนักขึ้น อาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นบ่อยจนหลายคนคิดว่าเป็นอาการปกติของตัวเอง ทั้งนี้หลายท่านอาจได้รับการรักษาด้วยวิธีรับประทานยาแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น และกลับพบว่าอาการเหล่านี้อาจหายไปบ้างเป็นครั้งคราวหลังจากลองเปลี่ยนชนิดอาหารที่รับประทาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าท่านเคยมีอาการภูมิแพ้อาหารแบบเรื้อรังซ่อนอยู่โดยที่ไม่เคยทราบมาก่อน